ด้วยสมัยนี้ ในช่วงที่มีเชื้อไวรัสโควิด – 19 ระบาดแต่ในช่วงนี้ก็ผ่านมาได้และมีสถานการณ์ที่ดีขึ้นแต่ก็ยังคงอันตรายอยู่เพื่อนๆที่มีการออกกำลังกายทุกวันตั้งแต่เมื่อก่อนก็อาจจะมีการพบปัญหาฟิตเนสปิดหรือสถานที่ออกกำลังกายสาธารณะไม่เปิดให้เข้าใช้ หลายๆ คนอาจจะเซ็ง จนต้องหาวิธีการออกกำลังกายด้วยวิธีอื่นๆแต่การออกกำลังกายที่ดีที่สุดในด้านของการเผาผลาญไขมันนั่นก็คือการวิ่งซึ่งถ้าเราไปวิ่งตามข้างถนน หรือสวยสาธารณะบางทีบางวันก็อาจจะไม่มีเวลาไป ฟิตเนสก็ปิดทำอย่างไรดีหละก็ซื้อลู่วิ่งมันเองสะเลยเราวิ่งอยู่ที่บ้านของเราเองก็ไม่ต้องกลัวที่จะหาเวลาไปหรือไม่มีเวลาไปที่สถานที่ออกกำลังกายต่างๆทำงานกลับบ้านมาหรือว่าวันหยุดก็ค่อยออกกำลังกายก็ถือว่าเป็นวิธีที่ดีและทางออกที่เวิร์คที่สุดแต่เราจะเลือกลู่วิ่งให้เหมาะกับการใช้งานของเราได้ยังไงไปดูกันเลย

 

1.King Smith K12 เป็นลู่วิ่งระบบไฟฟ้า ที่เป็น High Torque ที่มีการนำเข้ามาจากประเทศเยอรมันมีแรงม้าในการขับเคลื่อนอยู่ที่ 3 แรงม้าคือที่สุดมีการสร้างและมีความเร็วได้เป็นอย่างดีซึ่งความเร็วที่มีความเสถียรสูง มีฟังก์ชั่นมากมายที่เหมาะสำหรับผู้ที่อยากจะปรับให้เหมาะสมกับตัวเอง โดยเป็นระบบอัจฉะริยะที่เป็นแบบ 2อิน1 เป็นการเลือกว่าเรานั้นจะใช้โหมดในการวิ่งออกกำลังกายแบบไหนด้านหน้าของลู่วิ่งมีจอ LCD ที่ค่อนข้างกว้างสามารถปรับเปลี่ยนโหมดได้และนอกจากนั้นตัวโครงสร้างลู่วิ่งผลิตมาจากอะลูมิเนียมที่มีน้ำหนักเบากะทัดรัดและยังสามารถรับน้ำหนักได้สูงสุดถึง 120 กิโลกรัมราคาอยู่ที่ 9,299 บาท

2.King Fitness รุ่น KF-DK32At AUTO Incline เป็นลู่วิ่งที่มีแรงม้าสูงสุด 3.5 แรงม้าเป็นหนึ่งในรุ่นที่มีฟังก์ชันแบบครบครันและยังมีระบบที่มีความเป็นอัจฉริยะมีระบบที่สามารถปรับความชันได้ถึง 18 ขั้นและยังมีการเชื่อมต่อที่เป็นแบบแอปพลิเคชั่น ของทางแบรนด์นี้ ที่จะมีการแนะนำและออกแบบการออกกำลังกายที่ถูกต้องและถูกวิธีเรียกได้ว่าเหมือนเทรนเนอร์ส่วนตัวที่ไม่ใช่คนแต่เป็นอุปกรณ์การออกกำลังกายแบบเป็นลู่วิ่ง นอกจากฟังก์ชันที่บอกยังมีการเชื่อมต่อที่เป็น MP3 ได้และยังมีสาย AUX ที่เอาไว้สำหรับการเปิดเพลง และในขณะเดียวกันนั้นมีระบบความปลอดภัยของตัวเครื่องเองที่ดีพร้อมในการใช้งานเพราะว่าตัวเครื่องมี Aito-Lubrication System ที่มีการเตือนให้เรานั้นคอยหยอดน้ำมันหล่อลื่นเพื่อที่เครื่องจะได้ไม่มีปัญหาในการติดขัด และยังมีระบบ Six-level Shock Absorption ที่มีการช่วยในเรื่องของความปลอดภัยในส่วนข้อเท้าที่มีการใช้งานที่หนักๆเพราะจะต้องรับน้ำหนักจากการวิ่งเป็นเวลานาน ราคาเครื่องนี้อยู่ที่ 10,489 บาท

3.TEMPO รุ่น T81 เป็นลู่วิ่งไฟฟ้าที่มีแรงม้าสูงสุดถึง 1.75 แรงม้า ด้วยความเร็ว 0.8-15 กิโลเมตรต่อชั่วโมงที่มากับโปรแกรมในการออกกำลังกายที่มีทั้งหมด 4 โปรแกรมคือการลดน้ำหนัก , LEG TONER , CAL GOAL และ 10K STEPS มีการปรับระดับของความชันในการวิ่งได้ถึง 10 ระดับ ผลิตโครงสร้างมาจากเหล็กที่มีความทนทานและแข็งแรงมาก ใช้งานได้แบบยาวๆสามารถรองรับน้ำหนักได้ถึง 115 กิโลกรัม และยังมีระบบรองรับการกระแทกที่ดี และยังมีการวัดอัตราการเต้นของหัวใจที่ดีอีกด้วยมีช่องเสียบหูฟังและสามารถเปิดเพลงได้อีกด้วยที่สำคัญมีโหมดที่สามารถประหยัดพลังงานได้อีกด้วย ราคาอยู่ที่ 19,900 บาท

4.Word Master Fitness รุ่น GT5 ลู่วิ่งสายซิ่งที่มีแรงม้าสูงสุดอยู่ที่ 4 แรงม้า ซึ่งแรงมากๆ สำหรับคนที่เล่นฟิตเนสเป็นประจำต้องบอกเลยว่ารุ่นนี้คุ้มค่ามากทีเดียวจบเราสามารถปรับความเร็วได้มากขึ้น 18 กิโลเมตรต่อชั่วโมงมีระบบรับแรงกระแทกที่ดี มีการดูดซับแรงกระแทกที่ดีและมีการปรับความชันได้มากถึง 18 ขั้น เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัสปุ่มของการปรับความชันนั่นเองนอกจากนี้ยังมีช่องเสียบลำโพงและสามารถเล่น MP3 ได้อีกด้วยทำให้เราสนุกสนานกับการออกกำลังกายได้มากขึ้นและนานขึ้นด้านหน้าแถวหน้าจอมอนิเตอร์จะมีพัดลมเล็กๆที่สามารถปรับระดับความแรงของลมได้ 2 ระดับและยังมีระบบการวัดการเต้นของหัวใจแบบระบบสัมผัส มีโปรแกรมอัจฉริยะ 12 โปรแกรมราคาอยู่ที่ 35,900 บาท

5.FIT 2 FIRM รุ่น DK-55AD เป็นลู่วิ่งสายซิ่งและมีความพรีเมี่ยมมาก มีแรงม้าสูงสุดถึง 4 แรงม้า สามารถปรับความเร็วสูงสุดได้ถึง 18 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สามารถปรับความชันของพื้นลู่วิ่งได้ 18 ระดับ การควบคุมจะเป็นการควบคุมเมนูและคำสั่งต่างๆ ที่ด้ามจับแฮนด์ข้างๆ จึงทำให้สะดวกสบายกับการปรับเปลี่ยนฟังก์ชันในขณะวิ่งมีระบบรองรับแรงกระแทกได้ดีและสามารถดูดซับแรงกระแทกที่ดีรองรับน้ำหนักได้ถึง 140 กิโลกรัม มีช่วงสายพานที่กว้างขวางเหมาะสำหรับการวิ่ง ราคาอยู่ที่ 37,900 บาท