‘การวิ่ง’ เป็นอีกวิธีหนึ่งในการออกกำลังกายที่น่าสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการวิ่งบนลู่ไฟฟ้าที่เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดี เพราะบางครั้งการวิ่งข้างนอก อาจต้องพบกับสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย , หรือเลิกงาน – เข้างาน ไม่เป็นเวลา การวิ่งบนลู่จะทำให้คุณเลือกเวลาออกกำลังกายได้ตามใจชอบ สำหรับวันนี้เราจะมาแนะนำเคล็ดลับเล็กๆน้อยในการวิ่งบนลู่ให้ประสบความสำเร็จกันค่ะ

วิ่งบนลู่ ต้องมีเคล็ดลับ

Warm UP

การ Warm UP ก่อนการออกกำลังกายทุกครั้ง เป็นเรื่องที่สำคัญมาก ไม่ว่าคุณจะออกกำลังกายประเภทไหน คุณก็ต้อง Warm UP ด้วยกันทั้งสิ้น สำหรับการ Warm UP บนลู่ให้เริ่มจากการเดินความเร็วปกติ ประมาณ 10 นาที พร้อมทำท่าเขย่งและกระโดดเพียงเล็กน้อย เพื่อเป็นการบอกให้ร่างกายรู้ว่า ฉันกำลังจะใช้งานเธอแล้วนะ

ปรับความลาดชันเพียงเล็กน้อย

ความแตกต่างอีกอย่างหนึ่งของการวิ่งบนลู่ กับการวิ่งข้างนอก นั่นก็คือ การวิ่งบนลู่จะไม่มีแรงต้านทานจากลม ทำให้วิ่งสบายกว่า แต่ถึงกระนั้น คุณจะหาความสบายจากการออกกำลังกายไม่ได้ เพราะจุดประสงค์ของการออกกำลังกาย คือ การสร้างกล้ามเนื้อ ลดไขมัน ทำให้หัวใจถูกกระตุ้น ได้ใช้งาน เราจึงขอแนะนำให้คุณปรับความชันขึ้นมานิดหนึ่ง เช่น 0.5 หรือ 1.0 ก็เพียงพอแล้วสำหรับมือใหม่ แต่ถ้าคุณออกกำลังกายไปเรื่อยๆจนรู้สึกว่าชิวๆ ก็ให้เพิ่มความชันขึ้นไปอีกทีล่ะน้อย

อย่าตั้งความชันมากเกินไป

การตั้งความชันมากเกินไปก็ไม่ใช่เรื่องดีนัก ถ้าคุณตั้งความชันสูงมากกว่า 7.0 อาจส่งผลต่อน่องทำให้อักเสบปวดร้าวอย่างแสนสาหัส หรือส่งผลต่อเอ็นร้อยหวายอาจทำให้อักเสบได้ ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องที่ดีเลย เราเข้าใจว่าคุณอาจมีจุดประสงค์ในการลดน้ำหนัก อยากเห็นตัวเองในหุ่นงามๆไวๆ แต่จงจำไว้ว่า การหักโหมนอกจากจะทำให้ร่างกายบาดเจ็บแล้ว ยังทำให้โครงการออกกำลังกายต้องหยุดชะงักไปด้วย

อย่าจับราวขณะวิ่ง

ราวจับของลู่วิ่งถูกสร้างมาเพื่อป้องกันคุณวิ่งออกนอกลู่ และใช้ในการพยุงตัวขึ้นหรือลงจากเครื่องเท่านั้น อย่าจับราวตอนวิ่งเพราะมันไม่ก่อให้เกิดประโยชน์อันใดเลย ท่าทางของแขนที่เหมาะสม คือ การรักษาแขนไว้ที่มุม 90 องศา เหมือนกับตอนที่คุณวิ่งข้างนอก

อย่าโน้มร่างกายไปข้างหน้า

ร่างกายของคุณต้องตั้งตรง อย่าเอนไปข้างหน้า เพราะถ้าคุณเอนไปข้างหน้ามากเกินไป จะส่งผลทำให้หลังและคอของคุณปวดร้าวจากท่าทางการวิ่งที่ผิดท่า ซึ่งไม่ใช่เรื่องดีเลย