การวิ่งกระโดดสูงน่าจะเป็นกีฬาที่คนจำนวนไม่น้อยรู้จักกันเป็นอย่างดี ส่วนหนึ่งก็มาจากเรามักเห็นกีฬาประเภทนี้อยู่บ่อยครั้งไม่ว่าจะเป็นการจัดแข่งขันกีฬาระดับเล็กๆ หรือระดับโลกอย่างโอลิมปิกก็ตาม แม้ลักษณะการแข่งจะเน้นเรื่องของการแข่งกับตัวเองเป็นหลักแต่ก็ถือว่าเป็นกรีฑาประเภทลานที่มีความน่าสนใจในตัวเองอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว แต่ถ้าหากใครยังอาจไม่รู้จักว่าการวิ่งกระโดดสูงเป็นแบบไหนและมีลักษณะอย่างไรกันบ้างก็ลองมาทำความรู้จักกันได้เลย

รู้จักกับการวิ่งกระโดดสูง

การวิ่งกระโดดสูง เป็นกรีฑาประเภทลานชนิดหนึ่งจะเน้นเรื่องของการเคลื่อนไหวเพื่อกระโดดมากที่สุดในบรรดากรีฑาทุกประเภท ประเด็นสำคัญที่สุดของการวิ่งกระโดดสูงก็คือนักกรีฑาสามารถกระโดดข้ามไม้พาดโดยที่ไม่จะต้องไม่หล่นลงไปอยู่กับพื้นนั่นเอง ซึ่งท่าของการกระโดดสูงนั้นจะมีด้วยกันหลัก 2 ท่า ประกอบไปด้วย

  1. กระโดดแบบ Western form – ตอนกำหนดท่าวิ่งมุมของทางที่วิ่งจะอยู่เฉียงประมาณ 45 องศากับตัวไม้พาด วิ่งทั้งหมด 8 ก้าว ระยะทางวิ่งจะอยู่ที่ประมาณ 37 – 41 ฟุต พอนักกรีฑาวิ่งมาถึงจุดกระโดดต้องมีการจรดเท้าลงในลักษณะสำหรับการเตรียมตัวสปริง ตอนวิ่งก้าวที่ 8 ให้ก้าวเท้ายาวกว่าปกติ เอนตัวไปด้านหน้าเล็กน้อย น้ำหนักตัวต้องอยู่เหนือจุดกระโดด ทำการเหวี่ยงเท้าขวาขึ้นไปด้านบนพร้อมกับไปข้างหน้า แขนสองข้างเหวี่ยงขึ้นด้านบนไปพร้อมๆ กัน ปลายเท้าซ้ายเขย่งให้เต็มที่มากที่สุด พอตัวเองลอยขึ้นจากพื้นให้ดึงขาซ้ายขึ้นเหนือระดับไม้พาด เหยียดเท้าขวาออก แขนสองข้างเหยียดออกไปด้านหน้า ลำตัวตะแคงด้านซ้ายให้ขนานกับไม้พาด พอลำตัวลอยขึ้นสูงสุดให้ตวัดขาขวาลง ลำตัวจะพลิกคว่ำ ลอยตัวให้ข้ามไม้พาดไปลงพื้นด้วยขาซ้ายและยกมือสองข้าง
  2. กระโดดแบบ Fosbury Flop – ตอนกำหนดท่าวิ่งจะมีทางวิ่งทั้งแบบทางตรงและทางโค้ง ตอนวิ่งทางตรงประมาณ 3 – 6 ก้าว จากนั้นจะมีการวิ่งทางโค้งอีก 4 – 5 ก้าว ตอนวิ่งทางตรงลำตัวเหยียดตรง เพิ่มความเร็วในการวิ่ง มีการเอนตัวเข้าทางโค้งช่วงที่วิ่งทางโค้ง พอถึงตอนวิ่งก่อนเตรียมกระโดด ก้าวสุดท้ายต้องก้าวให้สั้นกว่าปกตินิดหน่อย แล้วทำการกระโดดแบบรวดเร็ว เหวี่ยงให้ขาท่อนบนสูงขนานพื้นแบบรวดเร็ว เหวี่ยงแขนสองข้างให้กำปั้นสูงอยู่ระดับศีรษะ พอลอยตัวข้ามไม้พาดให้เหวี่ยงแขนซ้ายซึ่งเป็นแขนนำข้ามไม้พาดไปก่อน ทำการยกสะโพกตอนช่วงที่กำลังผ่านไม้พาด เก็บคางให้ชิดอกพร้อมเหยียดขาสองข้างขึ้น